วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พนักงานเกียจคร้าน…ฮวงจุ้ยช่วยได้













พนักงานเกียจคร้าน…ฮวงจุ้ยช่วยได้






ถ้าคุณรู้สึกว่าหลังๆมานี้
ตัวคุณเองหรือพนักงานของคุณกลายเป็นคนที่ง่วงเหงาหาวนอนอยู่เสมอ
เรียกว่าตกบ่ายเมื่อไหร่เป็นได้ออกอาการหนังท้องตึงแล้วหนังตาก็หย่อน
อยากทราบไหมล่ะครับว่าวิชาฮวงจุ้ยจะช่วยเพิ่มระดับพลังงานในตัวของคุณหรือพนักงาน
ได้อย่างไรบ้าง?



http://www.fengshui100.com




ทางแก้ไข


ด้วยภูมิปัญญาตะวันออกที่สั่งสมกันมาแต่โบราณ บอกเอาไว้ให้เรารู้ว่า
ความรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงเหงาหาวนอนเป็นสัญญาณที่บ่งว่าคุณมีความเป็นหยินมากเกินไป
ให้ปรับความสมดุลด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่รายล้อมตนเองอยู่
ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นหยาง
และกินอาหารที่เป็นพลังหยางมากขึ้น

เสริมสร้างบรรยากาศในบ้านหรืออาคารสำนักงานและอาคารสำนักงานให้เป็นหยางมากขึ้น
ด้วยการใช้สีสดๆตกแต่ง โดยเฉพาะสีแดง เหลือง และส้ม
รักษาบริเวณบ้านหรืออาคารสำนักงานให้ดูโล่งมากๆ ปราศจากสิ่งรกๆ เกะกะ
เพื่อให้พลังปราณชี่เคลื่อนไหวเร็วขึ้นและกระจายพลังหยางมากขึ้น
ควรจัดวางต้นไม้ใบแหลมๆ เพื่อกระตุ้นพลังชี่ไหลเวียนเร็วขึ้น
ซึ่งจะทำให้ห้องของคุณดูกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวามากขึ้น
นอกจากนี้ให้เสริมด้วยการเปิดเพลงที่เน้นจังหวะคึกคัก
คลื่นความถี่ที่ส่งออกมาจะกระตุ้นประสาทสัมผัส
และทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงว่องไวมากขึ้น

เพื่อจะให้คนในสำนักงานรู้สึกเป็นหยางและตื่นตัวมากขึ้น
ให้เพิ่มความสว่างในห้องมากๆ ถ้านึกไม่ออกก็ลองคิดถึงร้านเซเว่นอิเลเว่น
ดูว่าสว่างขนาดไหน เอาให้ได้ขนาดนั้น
รวมทั้งตกแต่งและจัดวางกระจกเงาในบ้านหรืออาคารสำนักงานมากๆ


ตัวอย่างสำนักงานที่มืดเกิดไป
http://www.fengshui100.com



ตัวอย่างด้านหน้าสำนักงานที่เพิ่มไฟกระตุ้นพลังหยาง
http://www.fengshui100.com



สำหรับอาหารประเภทหยาง ก็จะช่วยเพิ่มระดับพลังงานในตัวของคุณหรือพนักงาน
ซึ่งก็ได้แก่ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ประเภทข้าวกล้อง ข้าวโพด ข้าวฝ้าง ถั่ว เมล็ดพืช
รวมทั้งธัญพืชอื่นๆที่ไม่ขัดสีเปลือกมากนัก ซึ่งจะมีไฟเบอร์สูง อิ่มเร็ว ย่อยช้า
ไม่อ้วนง่าย และปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างช้าๆ แต่เนิ่นนานต่อเนื่อง
ซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งวิเศษในการที่จะช่วยต่อสู้อาการง่วงเหวาหาวนอนได้ดี
แทนที่อาหารประเภทที่มีน้ำตาลสูง ที่ช่วยได้แค่วูบเดียว
และถ้ากินบ่อยๆกลับจะกระตุ้นให้ตับอ่อนเผาผลาญน้ำตาลผิดปรกติ จนกลายเป็นโรคเบาหวาน


เคล็ดลับมีนิดเดียวก็คือ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจะดูดซึมได้ดีขึ้น
ถ้าเคี้ยวอาหารละเอียดอย่างน้อยคำละ 30 ครั้ง ส่วนผักที่มีหัวซึ่งด้แก่ ขิง ข่า
ตะไคร้ ก็มีความเป็นหยางสูง รวมทั้งเนื้อสัตว์ประเภมหมู ไก่ เนื้อวัว ไข่ไก่
ไข่นกทา ก็จัดเป็นว่าเป็นหยางเช่นกัน


การออกกำลังกายจัดเป็นวิธีกระตุ้นความมีชีวิตชีวาที่ดีเยี่ยม
ถ้าคุณมีเรี่ยวแรงพอจะเริ่มลงมือกระทำได้
วิธีที่หนึ่งที่จะช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจมากขึ้นถ้าหากลองเอาภาพถ่ายตนเองหรือผู้อื่นที่คุณชื่นชมในท่าตอนเล่นกีฬา
มาติดไว้รอบบ้านหรืออาคารสำนักงาน
ซึ่งการดำรงรักษาความกระตือรือรือร้นเอาไว้อีกวิธี
ก็คือให้จัดตารางเวลาออกกำลังกายหรือจดบันทึกผลการออกกำลังกายไว้ในที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัดเป็นประจำสม่ำเสมอ
ลองจัดกิจกรรมการออกกำลังกายเป็นหมู่คณะตอนเช้า
หรือตอนเย็นก็ได้

เทคนิคพิเศษทางฮวงจุ้ยที่จะช่วยเพื่อให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัวมากขึ้น
ให้ลองนอนหันหัวไปทางทิศตะวันออก
หรือถ้าเป็นที่ทำงานก็ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกก็ได้


นอกจากนี้ก็ลองหาวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งต่างๆมาเสริมพลังให้กับบ้านหรืออาคารสำนักงานก็ได้
ลองเลือกดูจากตัวอย่างเหล่านี้ครับ

วัสดุโลหะผิวมัน -
ใช้ตกแต่งในบ้านหรืออาคารสำนักงาน จะสร้างพลังหยางที่บริเวณนั้นได้มากขึ้นทันที
ผิวหน้ามัน รวมทั้งกระจก
จะเลือกใช้มู่ลี่อลูมิเนียมหรือไม้แทนผ้าม่านซึ่งดูหวานเกินไปชวนนอนเหมือนอยู่บ้าน
ใช้ผนังและกำแพงสีขาว
หรือตั้งโคมไฟที่ดูหรูหราน่าตื่นตาตื่นใจก็สร้างพลังหยางเช่นกัน


http://www.fengshui100.com




พื้นที่ทำจากหิน
กระเบื้องสีสว่าง - ก็นำความเป็นหยางเข้ามาสู่บ้านหรืออาคารสำนักงานของคุณได้
รวมทั้งให้เลือกใช้แสงสว่างจากหลอดไฟฮาโลเจนท์
และเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนที่ดูเป็นทางการ

ดอกไม้
และวัตถุตกแต่งสีเหลืองสด แดง ส้มหรือม่วง -
กระจายพลังหยางมากขึ้นในบ้านหรืออาคารสำนักงานของคุณ
รวมทั้งต้นไม้ใบแหลม

ทฤษฎีของหยินและหยางในวิชาฮวงจุ้ยจัดว่าเป็นประโยชน์มาก
เพราะทำให้เข้าใจถึง
ปฏิสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับเรา
หยินและหยางที่ไม่สมดุลอาจเป็นสาเหตุของปัญหาที่คุณพบอยู่
ถ้าคุณวิเคราะห์ได้ว่าตัวเองเป็นหยินหรือหยางมากเกินไป
ก็สามารถเปลี่ยนคุณลักษณะของสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาใหม่ได้




ชมคลิปตัวอย่างของระบบ "หยิน-หยาง" ของ ฮวงจุ้ย














รายละเอียดเพิ่มเติม ฮวงจุ้ย www.fengshui100.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น