วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สัมมนาฟรี! ฮวงจุ้ยรับโชคปีเสือดุ 2553 โดยซินแสระดับโลก

สัมมนาฟรี! ฮวงจุ้ยรับโชคปีเสือดุ 2553 โดยซินแสระดับโลก


กิจกรรมเพื่อคืนกำไรสู่สังคม โดย
สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย


จัดสัมมนาประจำปี ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย (ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น..!!!)


1) ถ้าชีวิตไม่ค่อยรุ่งเรืองเท่าที่ควร เทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน
2) มีรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย
3) ชีวิตคู่มีปัญหามากผิดปกติ เจ้าอารมณ์มากขึ้น เกิดเรื่องชู้สาว
5) ลูกหลานเกเร ผลการศึกษาตกต่ำ
6) ปัญหาสุขภาพรุมเร้า เพราะนอนสะสมพลังไม่ดีเข้าไปอยู่ในตัวนานๆ



แสดงว่าบ้านรับพลังที่ไม่ดีเข้ามากดชะตาไว้ แก้ไขได้ด้วยหลักวิชาฮวงจุ้ย...ซึ่งจะนำพลังสนามแม่เหล็กที่ดีรอบๆตัวมาเสริมชีวิตคน ไม่ใช่การตั้งเทพมงคล ผีเซี๊ยะ ติดกระจก หรือสิ่งงมงายเหมือนหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปในท้องตลาด


บรรยายโดย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม
(ซินแสที่ได้การยอมรับจากเวทีฮวงจุ้ยโลก ซึ่งเป็นผู้แต่งหนังสือ ฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ เล่ม 1, หนังสือฤกษ์มงคล เปิดรหัส ฟ้า-คน-ดิน)


------------------------------------------------------------------------------
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2553 เวลา 13.00-17.00 น.
ณ หอประชุมใหญ่ โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก
------------------------------------------------------------------------------


สำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร: 089-014-6888, 086-098-4475, 02-630-6699
แฟกซ์: 02-630-6090



เนื้อหา
• ชี้ว่าใครดวงดีมีโชค หรือ ดวงร้ายถูกชง
• โชคลาภมาทางทิศไหน รับโชคอย่างไร
• ธุรกิจประเภทไหนจะดี - ร้าย ในปี 2553
• นายกจะอยู่รอดผ่านปีเสือดุหรือไม่
• สภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือยิ่งแย่หนัก


***คลิ้กด้านบนเพื่อแสดงรายละเอียด***
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.fengshui100.com/index2.php <เวปของสถาบัน>


<<<<<<<<<<รูปภาพประกอบ>>>>>>>>>>

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ดวง "น้องนก" นพวรรณ เลิศชีวกานต์ แชมป์เทนนิสเยาวชนโลก

ดวง "น้องนก" นพวรรณ เลิศชีวกานต์ แชมป์เทนนิสเยาวชนโลก



ช่วงนี้ดวงนักเทนนิสหญิงของไทยกำลังเจิดจ้าสว่างโชติช่วง หลังจากนักหวดสาว “รุ่นใหญ่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ นำร่องคว้าชัยเทนนิสคอร์ตหญ้า ออร์ดินาโอเพ่น 2008 ตามด้วยการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ วิมเบิลดัน แกรนด์สแลมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งยุคล่าสุดถึงคิวสาวน้อยจากเมืองเชียงใหม่ “น้องนก” นพวรรณ เลิศชีวกานต์ ดาวรุ่งสาวไทยวัย 17 ปี ก็โชว์ฟอร์มฮอตไม่แพ้กัน ด้วยการทำผลงานทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ ในรายการจูเนียร์วิมเบิลดัน 2008 ส่งผลให้เกิดคำถามในวงกว้างกันว่า ....เธอเป็นใครมาจากไหนกันนะ


"น้องนก" นพวรรณ เลิศชีวกานต์ เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ อายุ 17 ปี สูง 164 เซนติเมตร หนัก 59 กก. ถนัดการเล่นมือขวา แต่สามารถจับแร็กเก็ตได้ทั้ง 2 มือ


เริ่มเล่นเทนนิสตอนอายุ 4 ขวบเท่านั้น เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้สนามเทนนิสมาก ทั้งคุณพ่อ/แม่ รวมทั้งพี่ๆ ทุกคนก็ชอบเล่นเทนนิสด้วยกันทั้งหมด แม้ว่าจะไม่ถึงกับเล่นเป็นอาชีพ แต่เป็นสิ่งที่ปลูกฝังให้รู้สึกผูกพันกับคอร์ตเทนนิสมาตั้งแต่เด็ก


นกกล่าวว่า "เคยเล่นหลายอย่าง แบดมินตันก็เคยเล่น แต่นกไม่ชอบ นกชอบเล่นเทนนิสมากกว่า ไม่รู้สิ มันผูกพัน ให้นกอยู่ในคอร์ตเทนนิส นกอยู่ได้เป็นวัน ๆ ไม่มีเบื่อเลยนะ”





นกเริ่มที่จะมีแนวโน้มก้าวไปสู่การเป็นนักเทนนิสเพื่อการแข่งขันอย่างจริงจัง เมื่อมาเร็ก มาราชอต อดีตโค้ชของราชินีเทนนิส "สเตฟี กราฟฟ์" ชาวเยอรมัน ที่บังเอิญแต่งงานอยู่กินกับสาวไทย และย้ายตัวเองมาอยู่ที่จังหวัดพะเยา ได้เดินทางไปทำธุระที่เชียงใหม่และได้พบกับ “น้องนก” ที่กำลังฝึกซ้อมเทนนิสอยู่ เมื่ออายุแค่ 10 ปี แต่มาเร็กมองเห็นว่าเด็กคนนี้น่าจะมีพรสวรรค์ซ่อนแฝงอยู่ในตัว จึงเสนอตัวที่จะเข้ามาทำหน้าที่โค้ชให้นับแต่นั้น ประมาณ 2 ปีโดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย พออายุแค่ 14 ปี ก็สามารถทำอันดับเยาวชนโลกเข้าไปอยู่ในท็อป 100 ได้




เธอยังได้กวาดแชมป์มาครองแล้วมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และถือเป็นนักเทนนิสเยาวชนไทยคนแรกที่มีอันดับเยาวชนโลกสูงที่สุด คืออันดับ 5 ของโลก ในช่วงก่อนการแข่งขันจูเนียร์วิมเบิลดัน ซึ่งก่อนหน้านั้นหลายๆ คนคงจะจำได้ว่า “น้องนก” ก็ยังคว้าเหรียญทองแดงประเภทหญิงเดี่ยว ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ จ.นครราชสีมา ให้แฟนชาวไทยได้ชื่นชมแล้วด้วยเช่นกัน




เรามาดูดวงของน้องนกกัน....น




พวรรณ เลิศชีวกานต์ เกิดวันที่ 18 พ.ย. 1991 รูปดวงของเธอเป็นดังนี้





พลังของดิถีวันเกิดบ่งบอกว่าเธอเป็นคนธาตุน้ำใหญ่ (หยาง)






เธอจึงมีนิสัยเหมือนน้ำทะเล ชอบเข้าสังคม ติดต่อ เดินทาง รวดเร็ว รับรู้เร็ว ความรู้สึกไว ไหวพริบดี ฉลาด ชอบใช้ความคิด ความรู้กว้างขวาง มีความสามารถ แต่ใจร้อน โกรธง่ายหายเร็ว เปลี่ยนสีหน้าเร็ว ชอบการเปลี่ยนแปลง กระตือรือร้น ไม่สามารถยืนหรือนั่งอยู่กับที่นานๆได้ (ลองคิดถึงน้ำ...ที่มักเคลื่อนไหวอยู่เสมอ) ชอบเสี่ยงผจญภัย ชอบกิจกรรมที่ลุยสมบุกสมบัน ตั้งใจแน่วแน่ทำสิ่งใดแล้วจะไม่หยุด ค่อนข้างดื้อ บังคับยาก ไม่ชอบทำตามผู้อื่น เหมือนสายน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลหลากอย่างทรงพลัง ไม่ควรบังคับขัดขวาง แต่ควรที่จะช่วยสนับสนุนหาทางให้น้ำแสดงพลังออกมาให้มากที่สุด เหมือนกับการใช้น้ำมาผลิตไฟฟ้า หรือชลประทาน


โชคดีที่พ่อแม่เข้าใจลักษณะและนิสัยของลูกที่มีพลังพรสวรรค์พิเศษเช่นนี้ ก็จะไม่ไปบังคับให้เด็กกลับมาขยันตั้งใจเรียนหนังสือตามกระแสสังคมเหมือนเด็กทั่วไป เหมือนกับไทเกอร์ วูด ถ้าคุณพ่อของเขาบังคับให้ไปเรียน MBA หรือคอมพิวเตอร์ ตามกระแสการบูมของเทคโนโลยี่ในอเมริกา ทุกวันนี้เราก็คงไม่มีสุดยอดนักกอล์ฟเจ้าเสือน้อยคนนี้!

น้องนก....เธอเกิดในฤดูหนาวซึ่งก็เป็นธาตุน้ำด้วย เรียกว่าเกิดถูกฤดู เพราะเป็นคนธาตุน้ำเกิดเดือนน้ำ...จึงมีรูปร่างดี ผิวจะค่อนข้างเข้ม แต่ผิวพรรณสดใส เพราะน้ำใหญ่ในเดือนน้ำจะเหมือนทะเลลึก สีเข้ม รูปร่างหน้าตากลมกลึงเหมือนหยดน้ำ




เมื่อคำนวณพลังของจักรวาลที่เข้ามาในดวง ก็พบว่าดวงเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 6 ขวบจีน (เท่ากับ 5 ขวบไทย) รุ่งโรจโชติช่วงไปถึงก่อนอายุ 31 ปี เลยทีเดียว เพราะฟ้าส่งพลังของธาตุที่ก่อเกิดและคู่ธาตุเข้ามาเกื้อหนุนต่อเนื่อง


โดยเริ่มโด่งดังขึ้นมาในปีนี้ เพราะเป็นปีฉลู แต่เธอเกิดปีมะแม ซึ่งเท่ากับเป็นปีชงของเธอนั่นเอง แต่ทำไมเธอกลับมาประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงขึ้นมาในปีนี้ นั่นก็เป็นเพราะว่า...เคล็ดลับชั้นสูงในวิชาดวงจีน กล่าวเอาไว้ว่า "ชง(ปะทะ)ไม่ใช่จะร้าย ส่วนฮะ(ภาคี)ไม่ใช่จะดีเสมอไป" แต่จะต้องรู้จักวิธีการวิเคราะห์รูปดวงที่ถูกต้อง จึงจะรู้ได้ว่าดีหรือร้าย

ในกรณีของน้องนก เป็นคนธาตุน้ำเกิดเดือนน้ำ แถมมีธาตุทองปรากฏที่ราศีบนหลักปี จึงทำหน้าที่เป็นมังกรทองผู้คุ้มครองดวงของเธอจากธาตุดิน ที่จะเข้ามาพิฆาต แถมดินกลับต้องไปเกิดทองเสียอีก จึงพลิกกลับมาเป็นธาตุให้คุณ

พอเข้ามาถึงปีฉลู ...ซึ่งเป็นธาตุดิน เข้ามาชงพลังของมะแมที่ปีเกิด โดยที่ตัวมะแมเองก็เป็นธาตุดินอยู่แล้ว เมื่อดินชนกับดิน...เท่ากับธาตุที่ชอบเข้ามารวมกับธาตุที่ชอบ จึงกลายเป็นดินขนาดใหญขึ้นมา กลายเป็นความดังเปรี้ยงป้าง

แถมเคล็ดลับวิชาดวงจีนอีกข้อหนึ่ง... นั่นคือ หลักปีเกิดหมายถึงเรื่องราวทางไกล ต่างประเทศ เมื่อธาตุที่ชอบเข้ามาชนกับธาตุที่ชอบตรงหลักปี จึงได้ประสบความสำเร็จจากเรื่องทางไกล นั่นเอง

แถมธาตุดินยังหมายถึงเพศตรงข้ามเสียด้วย เมื่อธาตุดินที่แข็งแกร่งเข้ามาในปีนี้ ก็พอที่จะบ่งบอกอะไรๆ ได้อย่างชัดเจน จึงอยากที่จะแนะนำว่ายังไม่ควรที่จะคิดอะไรจริงจังในช่วงวัยนี้ เพราะในดวงของเธอนั้นมาธาตุดินอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งบ่งว่ายังจะมีเพศตรงข้ามที่หลากหลายเข้ามาให้เธอเลือก

ดวงของน้องนกจะยังรุ่งเรืองต่อเนื่องไปจนถึงปี พ.ศ.2561 จะเป็นปีที่ต้องระวังอุบัติเหตุเภทภัยครั้งใหญ่ของชีวิต !

อ.มาศ เคหาสน์ธรรม

ทำนายไว้เมื่อวันที่ 10 กค. 2552

รายละเอียดเพิ่มเติม ดวงจีน และ ฮวงจุ้ย http://www.fengshui100.com/

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พนักงานเกียจคร้าน…ฮวงจุ้ยช่วยได้













พนักงานเกียจคร้าน…ฮวงจุ้ยช่วยได้






ถ้าคุณรู้สึกว่าหลังๆมานี้
ตัวคุณเองหรือพนักงานของคุณกลายเป็นคนที่ง่วงเหงาหาวนอนอยู่เสมอ
เรียกว่าตกบ่ายเมื่อไหร่เป็นได้ออกอาการหนังท้องตึงแล้วหนังตาก็หย่อน
อยากทราบไหมล่ะครับว่าวิชาฮวงจุ้ยจะช่วยเพิ่มระดับพลังงานในตัวของคุณหรือพนักงาน
ได้อย่างไรบ้าง?



http://www.fengshui100.com




ทางแก้ไข


ด้วยภูมิปัญญาตะวันออกที่สั่งสมกันมาแต่โบราณ บอกเอาไว้ให้เรารู้ว่า
ความรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงเหงาหาวนอนเป็นสัญญาณที่บ่งว่าคุณมีความเป็นหยินมากเกินไป
ให้ปรับความสมดุลด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่รายล้อมตนเองอยู่
ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นหยาง
และกินอาหารที่เป็นพลังหยางมากขึ้น

เสริมสร้างบรรยากาศในบ้านหรืออาคารสำนักงานและอาคารสำนักงานให้เป็นหยางมากขึ้น
ด้วยการใช้สีสดๆตกแต่ง โดยเฉพาะสีแดง เหลือง และส้ม
รักษาบริเวณบ้านหรืออาคารสำนักงานให้ดูโล่งมากๆ ปราศจากสิ่งรกๆ เกะกะ
เพื่อให้พลังปราณชี่เคลื่อนไหวเร็วขึ้นและกระจายพลังหยางมากขึ้น
ควรจัดวางต้นไม้ใบแหลมๆ เพื่อกระตุ้นพลังชี่ไหลเวียนเร็วขึ้น
ซึ่งจะทำให้ห้องของคุณดูกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวามากขึ้น
นอกจากนี้ให้เสริมด้วยการเปิดเพลงที่เน้นจังหวะคึกคัก
คลื่นความถี่ที่ส่งออกมาจะกระตุ้นประสาทสัมผัส
และทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงว่องไวมากขึ้น

เพื่อจะให้คนในสำนักงานรู้สึกเป็นหยางและตื่นตัวมากขึ้น
ให้เพิ่มความสว่างในห้องมากๆ ถ้านึกไม่ออกก็ลองคิดถึงร้านเซเว่นอิเลเว่น
ดูว่าสว่างขนาดไหน เอาให้ได้ขนาดนั้น
รวมทั้งตกแต่งและจัดวางกระจกเงาในบ้านหรืออาคารสำนักงานมากๆ


ตัวอย่างสำนักงานที่มืดเกิดไป
http://www.fengshui100.com



ตัวอย่างด้านหน้าสำนักงานที่เพิ่มไฟกระตุ้นพลังหยาง
http://www.fengshui100.com



สำหรับอาหารประเภทหยาง ก็จะช่วยเพิ่มระดับพลังงานในตัวของคุณหรือพนักงาน
ซึ่งก็ได้แก่ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ประเภทข้าวกล้อง ข้าวโพด ข้าวฝ้าง ถั่ว เมล็ดพืช
รวมทั้งธัญพืชอื่นๆที่ไม่ขัดสีเปลือกมากนัก ซึ่งจะมีไฟเบอร์สูง อิ่มเร็ว ย่อยช้า
ไม่อ้วนง่าย และปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างช้าๆ แต่เนิ่นนานต่อเนื่อง
ซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งวิเศษในการที่จะช่วยต่อสู้อาการง่วงเหวาหาวนอนได้ดี
แทนที่อาหารประเภทที่มีน้ำตาลสูง ที่ช่วยได้แค่วูบเดียว
และถ้ากินบ่อยๆกลับจะกระตุ้นให้ตับอ่อนเผาผลาญน้ำตาลผิดปรกติ จนกลายเป็นโรคเบาหวาน


เคล็ดลับมีนิดเดียวก็คือ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจะดูดซึมได้ดีขึ้น
ถ้าเคี้ยวอาหารละเอียดอย่างน้อยคำละ 30 ครั้ง ส่วนผักที่มีหัวซึ่งด้แก่ ขิง ข่า
ตะไคร้ ก็มีความเป็นหยางสูง รวมทั้งเนื้อสัตว์ประเภมหมู ไก่ เนื้อวัว ไข่ไก่
ไข่นกทา ก็จัดเป็นว่าเป็นหยางเช่นกัน


การออกกำลังกายจัดเป็นวิธีกระตุ้นความมีชีวิตชีวาที่ดีเยี่ยม
ถ้าคุณมีเรี่ยวแรงพอจะเริ่มลงมือกระทำได้
วิธีที่หนึ่งที่จะช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจมากขึ้นถ้าหากลองเอาภาพถ่ายตนเองหรือผู้อื่นที่คุณชื่นชมในท่าตอนเล่นกีฬา
มาติดไว้รอบบ้านหรืออาคารสำนักงาน
ซึ่งการดำรงรักษาความกระตือรือรือร้นเอาไว้อีกวิธี
ก็คือให้จัดตารางเวลาออกกำลังกายหรือจดบันทึกผลการออกกำลังกายไว้ในที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัดเป็นประจำสม่ำเสมอ
ลองจัดกิจกรรมการออกกำลังกายเป็นหมู่คณะตอนเช้า
หรือตอนเย็นก็ได้

เทคนิคพิเศษทางฮวงจุ้ยที่จะช่วยเพื่อให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัวมากขึ้น
ให้ลองนอนหันหัวไปทางทิศตะวันออก
หรือถ้าเป็นที่ทำงานก็ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกก็ได้


นอกจากนี้ก็ลองหาวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งต่างๆมาเสริมพลังให้กับบ้านหรืออาคารสำนักงานก็ได้
ลองเลือกดูจากตัวอย่างเหล่านี้ครับ

วัสดุโลหะผิวมัน -
ใช้ตกแต่งในบ้านหรืออาคารสำนักงาน จะสร้างพลังหยางที่บริเวณนั้นได้มากขึ้นทันที
ผิวหน้ามัน รวมทั้งกระจก
จะเลือกใช้มู่ลี่อลูมิเนียมหรือไม้แทนผ้าม่านซึ่งดูหวานเกินไปชวนนอนเหมือนอยู่บ้าน
ใช้ผนังและกำแพงสีขาว
หรือตั้งโคมไฟที่ดูหรูหราน่าตื่นตาตื่นใจก็สร้างพลังหยางเช่นกัน


http://www.fengshui100.com




พื้นที่ทำจากหิน
กระเบื้องสีสว่าง - ก็นำความเป็นหยางเข้ามาสู่บ้านหรืออาคารสำนักงานของคุณได้
รวมทั้งให้เลือกใช้แสงสว่างจากหลอดไฟฮาโลเจนท์
และเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนที่ดูเป็นทางการ

ดอกไม้
และวัตถุตกแต่งสีเหลืองสด แดง ส้มหรือม่วง -
กระจายพลังหยางมากขึ้นในบ้านหรืออาคารสำนักงานของคุณ
รวมทั้งต้นไม้ใบแหลม

ทฤษฎีของหยินและหยางในวิชาฮวงจุ้ยจัดว่าเป็นประโยชน์มาก
เพราะทำให้เข้าใจถึง
ปฏิสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับเรา
หยินและหยางที่ไม่สมดุลอาจเป็นสาเหตุของปัญหาที่คุณพบอยู่
ถ้าคุณวิเคราะห์ได้ว่าตัวเองเป็นหยินหรือหยางมากเกินไป
ก็สามารถเปลี่ยนคุณลักษณะของสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาใหม่ได้




ชมคลิปตัวอย่างของระบบ "หยิน-หยาง" ของ ฮวงจุ้ย














รายละเอียดเพิ่มเติม ฮวงจุ้ย www.fengshui100.com

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อ่านดวง นายก อภิสิทธิ์ ผ่านวิชาดวงจีน "โป๊ยหยี่ซี๊แถว"

อ่านดวง นายก อภิสิทธิ์ ผ่านวิชาดวงจีน "โป๊ยหยี่ซี๊แถว"



หากเปรียบชะตาฟ้าก็เหมือนกับการแข่งรถ การได้เรียนรู้ดวงจีนก็คือการศึกษาสนามแข่งรถว่า เมื่อไหร่ที่เจอโค้งหักศอก ซึ่งช่วยให้คุณสามารถที่จะเหยียบเบรคเพื่อไม่ให้รถหลุดออกจากสนาม แต่คราวใดที่เจอถนนทางตรง(ดวงจะเริ่มขึ้น) คุณก็สามารถเหยียบคันเร่งได้เต็มที่ทำให้ได้รับชัยชนะในที่สุด ผิดกับคนที่ไม่รู้สนามอย่างมาก



คำคม :

เราต้องรู้จักการเปิดโอกาสให้โชควิ่งเข้ามาหาเราบ้าง เช่นถ้ารู้ว่าช่วงนี้ฟ้าเปิดกำลังดวงขึ้น ก็ต้องลองเสี่ยงโชคดูบ้าง อย่างเช่น การซื้อล๊อตเตอรี่ เพราะถ้าไม่เคยซื้อเลย ทั้งชีวิตก็ไม่มีโอกาสโชคดี แต่ถ้าซื้อทุกงวดก็จะเสียมากกว่า จึงควรที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรซื้อ เมื่อใดเก็บเงินไว้ในกระเป๋าจะดีกว่า)



ระบบของดวงจีน :

ดวงจีน คือสูตรการคำนวณชะตาฟ้า ที่ประจุไปในตัวคนในช่วงเวลาที่เราเกิด ซึ่งหากรู้สูตรวิถีการเคลื่อนตัวของกระแสพลัง ก็ย่อมที่จะช่วยให้สามารถที่จะหยั่งรู้ความเป็นไปและจังหวะของชีวิตได้ โดยสูตรเหล่านี้ก็ไม่ได้สลับซับซ้อน เพียงแต่ถูกปิดบังหลักการที่ถูกต้องในการใช้งานแบบที่ได้ผลเอาไว้

การที่จะเรียนรู้วิชานี้นั้น ก็เพียงแต่รู้จักชื่อของพลังฟ้า 10 ชนิด และพลังดิน คือ 12 รูปแบบ (นักษัตรที่ทุกคนคุ้นเคย) การเรียนดวงจีนจึงไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาจีนแต่อย่างใด เพราะท่านอาจารย์มีเทคนิคที่สามารถสอนเราให้ท่องจำได้ทั้งหมดภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที



พลังฟ้า 10 ชนิด :




คือ ธาตุทั้ง 5 โดยแต่ละธาตุก็จะมีหยินและหยาง กลายเป็น 10 ชนิด (ตามภาพ เครื่องหมาย + คือหยาง และ - คือหยิน)


พลังดิน 12 รูปแบบ :

ส่วนพลังดิน 12 รูปแบบ ก็คือนักษัตรที่ทุกคนคุ้นเคย







เคล็ดวิชา :

การผูกดวงจีนจึงสามารถใช้เวลาเพียง 1-2 นาทีเท่านั้น ซึ่งก็มีอยู่หลายสำนักในเมืองไทยที่สอนกันอยู่ แต่เรียนกันถึง 4-5 ปี ก็ยังไม่สามารถอ่านดวงเป็น เพราะเทคนิคการวิเคราะห์นั้นเป็นเคล็ดวิชาที่จะต้องได้รับการถ่ายทอดมาโดยตรงจากปรมาจารย์เท่านั้น ซึ่งท่าน อ.มาศ ได้บินไปเรียนมาจากปรมาจารย์โดยตรงที่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นวิธีการที่แตกต่างจากในไทยอย่างสิ้นเชิง (เพราะท่านอ.มาศ เคยเรียนมาแล้วจากเกือบทุกสำนัก แม้ดูว่าจะสอนกันมากมายหลายปีสารพัดวิชา แต่ก็ต้องแปลกใจว่าในแต่ละวิชาที่เรียนมา ทำไมบางครั้งก็ใช้ได้ผล แต่ในบางครั้งกลับใช้ไม่ได้ จึงได้พยายามหาคำตอบ โดยดั้นด้นเสาะแสวงหาจนพบอาจารย์ที่ได้รับวิชาสายตรงจากปรมาจารย์ผู้คิดค้นวิชา)



หลักการของ ดวงจีน :

การศึกษาดวงจีนตามหลักพิชัยยุทธ์นี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจความเป็นไปของสรรพสิ่ง เพราะทุกสิ่งล้วนแล้วแต่ขึ้นกับกฎแห่งพลังธรรมชาติ (ไอสไตน์เคยกล่าวเอาไว้ว่า ทุกชีวิตถูกกำหนดมาแล้วโดยพลังงาน) ซึ่งจะยังสามารถนำหลักการดวงจีนมาใช้กับการบริหารธุรกิจของคุณได้ด้วย

หลักการผูกดวงนั้นก็เพียงแต่ดูว่า ปี/เดือน/วัน และยาม ที่เกิดนั้นเราชาร์ตพลังอะไรเข้าไปในตัว โดยแต่ละปีก็จะมีพลัง 2 ชนิด คือพลังฟ้าและพลังดินส่งเข้ามาในโลกพร้อมกัน



ตัวอย่าง

ตัวอย่างดวงนายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิด 3 สค. 2507 เวลา...(ขอสงวนไว้เป็นความลับส่วนบุคคล)




ปีที่เกิดท่านประจุพลังฟ้าธาตุไม้หยาง(+) และพลังดินเป็นมะโรง

เดือนเกิดพลังฟ้าเป็นธาตุทองหยิน (-) พลังดินเป็น มะแม

วันเกิดพลังฟ้าเป็นธาตุไม้หยาง(+) พลังดินเป็น วอก

ยามเกิดพลังฟ้าเป็นธาตุไม้หยาง(+) พลังดินเป็น ชวด

สำหรับคนที่ไม่ยังจำตัวหนังสือจีนไม่ได้ ก็ดูสีของตัวหนังสือ เช่นสีเขียวก็คือธาตุไม้, แดง-ธาตุไฟ, น้ำตาล-ธาตุดิน, สีดำ-ธาตุทอง ส่วนสีฟ้าเป็นธาตุน้ำ ซึ่งนักษัตรก็จะมีธาตุเช่นกัน


ซึ่งเวลาที่เราต้องการจะรู้ว่าบุคคลไหนเป็นธาตุอะไร ก็จะดูที่หลักวันเกิดพลังฟ้า ไม่ใช่ดูที่หลักปีเหมือนอย่างที่หนังสือในท้องตลาดทั่วไปบอกเอาไว้ เช่น กรณีของดวงนายกอภิสิทธิ์ พลังฟ้าหลักวันเป็นธาตุไม้ใหญ่ แปลว่าท่านนายกเป็นคนธาตุไม้

ซึ่งคนธาตุไม้ก็จะมีนิสัย เหมือนต้นไม้ใหญ่ กระตือรือร้น พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เข้มแข็ง ซื่อตรง มีศักดิ์ศรี รักคุณธรรม มีความอบอุ่น มีเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อ่อนแอ เป็นที่พึ่งของผู้น้อย มีศีลธรรม กล้าหาญ สมาธิดี หนักแน่น ใจกว้าง ขี้ระแวง เชื่อมั่นตัวเองสูง ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เหมือนต้นไม้ที่ไม่ไม่ยอนโอนเอียงไปตามแรงลมพายุ

ส่วนวิธีการวิเคราะห์นั้นก็ต้องดูว่าธาตุของเราอยู่ท่ามกลางพลังอะไร เช่น ธาตุไม้ของนายกอยู่ติดกับธาตุทอง(สีดำ) แถมยังนั่งอยู่บนนักษัตรวอกธาตุทองอีกด้วย ซึ่งธาตุทองเป็นธาตุอำนาจของธาตุไม้ ซึ่งก็ชี้ให้ทราบว่าโครงสร้างดวงของบุคคลนี้เป็นผู้ที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจราชการตลอดทั้งชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย แถมมีธาตุดิน(สีน้ำตาล)ที่หลักปีและหลักเดือนล่างเป็นตัวส่งเสริมก่อเกิดให้ธาตุทองแข็งแรง โดยธาตุดินนั้นก็เป็นธาตุโชคลาภของคนธาตุไม้ (สำหรับคนที่ยังไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของธาตุ ก็เพียงแต่จินตนาการตามง่ายๆว่า...เพราะไม้กินดินเป็นอาหาร เมื่อไหร่เราใส่ปุ๋ยเพิ่ม ก็เหมือนต้นไม้ได้โชคลาภ ซึ่งดวงจีนนั้นจะใช้หลักการของธรรมชาติมาวิเคราะห์ ไม่เหมือนวิธีการดูดวงแบบอื่นๆ ที่จะต้องมานั่งจำเยอะแยะว่า เวลาพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทก พระอาทิตย์ถูกบัง พระจันทร์โคจรเดินถอยหลัง....และอื่นๆอีกมากมาย...)




โดยหลักปีก็จะหมายถึงญาติผู้ใหญ่ ปู่ย่า พ่อแม่ เมื่อเป็นธาตุโชคลาภก็หมายถึงว่า ท่านนายกเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่มีฐานะ ผู้ใหญ่ช่วยเหลือสนับสนุนทางการเงิน ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องการหาเงิน ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ท่านเกิดมาเป็นบุตรชายคนเดียวในจำนวนบุตร 3 คน ของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนหลักเดือนนั้นเกี่ยวกับหน้าที่การงาน เมื่อธาตุทอง(อำนาจ)ปรากฏอยู่ด้านบน นั่งอยู่บนธาตุดิน(โชคลาภ) แสดงให้เป็นอย่างชัดเจนว่าบุคคลท่านนี้ต้องมีตำแหน่งหน้าที่โดดเด่น โดยมีฐานทางการสนับสนุนอีกด้วย

แต่การที่ธาตุไม้อยู่แบบชิดกับธาตุอำนาจอย่างธาตุทอง ถ้าหากไม่แข็งแรงพอก็จะถูกธาตุทองพิฆาตเอาได้ ซึ่งก็จะต้องมีธาตุน้ำและธาตุไม้มาช่วยเหลือ โดยท่านนายกของเราก็บังเอิญเกิดในเวลาของธาตุน้ำและไม้พอดี แถมยังเข้าสูตรที่จับกลุ่มกันระหว่างชวด(ยาม) + วอก(วัน) + มะโรง(ปี) ร่วมกันโอบล้อมพร้อมที่แปรธาตุให้กลายเป็นซูเปอร์น้ำ กลับเข้ามาช่วยเหลือไม้ในดวงให้แข็งแรง จึงถือว่าเป็นรูปดวงที่สูงส่งอย่างแท้จริง


เทคนิคการอบรม :

หากท่านสนใจที่จะเรียนรู้วิชาดวงจีนที่มีเทคนิคการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง หรือแบบความเชื่องมงาย ทางสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย ขอแนะนำหลักสูตร "การอบรมสัมมนาวิชาดวงจีน – เทคนิคการใช้ชะตาฟ้าเสริมฮวงจุ้ย ขั้น1" ซึ่งสอนโดยอาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม

โดยในอดีตนั้น...ศาสตร์นี้ถูกเก็บงำเป็นความลับสุดยอด ไม่เปิดเผยแก่คนนอกอย่างเด็ดขาด จึงเป็นโอกาสพิเศษที่ท่านจะมีสิทธิ์เข้าถึงวิชาชั้นสูงของจีนโบราณนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาจีนแต่อย่างใด เพราะต้องจำแค่ 5 ธาตุ กับ 12 นักษัตรเท่านั้น

ท่านอาจารย์ยังได้สอดแทรกเนื้อหาการจัดฮวงจุ้ยแบบประสานดวงจีนในเนื้อหาครั้งนี้ด้วย เพราะหัวใจสำคัญที่ทุกคนอยากจะเรียนรู้มากกว่าเพียงแค่การทายดวงแม่น ก็คือวิธีการปรับเปลี่ยนแก้ไขดวงชะตาให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องยอมจำนนต่อชะตาฟ้า ด้วยวิธีการที่เป็นเคล็ดลับสูงสุดที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน และเป็นแนวทางที่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่งมงาย ไม่ใช่การสะเดาะเคราะห์ ปล่อยปลา ทำบุญ อย่างที่หมอดูทั่วไปแนะนำ




รายละเอียดหลักสูตร :

- เทคนิคการท่องภาษาจีน พลังฟ้าและพลังดิน 22 ตัว ภายใน 10 นาที
- ความหมายของคนดวงดีและคนดวงตกในแง่ของวิทยาศาสตร์
- อุปนิสัยของบุคคลในแต่ละธาตุ ตามหลักธรรมชาติ
- หลักที่ถูกต้องในการวิเคราะห์ดวง หลักการพิจารณาดวงอ่อน-แข็ง
- กฎ 5 ธาตุในการหาธาตุสำคัญตามหลักพิชัยยุทธ์
- เทคนิคการหาธาตุสำคัญภายใน 1 นาที (เทคนิคเฉพาะที่คิดค้นโดย อ.มาศ)
- ความหมายของปฏิกิริยาของธาตุทั้ง 5 โดยกฎทางวิทยาศาสตร์
- รูปดวงประเภทต่างๆ เช่น ดวงเรียนเก่ง ดวงเจ้าชู้ ดวงนักบริหาร คนที่มีจิตใจดีและร้าย ซื่อสัตย์หรือคดโกง
- การดูอาชีพที่ถูกโฉลกกับดวง เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและไม่ต้องเสียเวลาไปทำในสิ่งที่สูญเปล่า
- ทิศหัวนอนมีผลต่อมนุษย์อย่างไรในแง่วิทยาศาสตร์- การหาทิศหัวนอนให้เสริมดวงชะตา
- การแก้ดวงด้วยหลักของวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ใช่การทำบุญหรือการปล่อยนกปล่อยปลา (ซึ่งไม่ได้ผลและแก้ดวงไม่ได้ )
- การนำดวงจีนมาใช้ประยุกต์กับฮวงจุ้ยได้อย่างไร เพื่อให้เกิดผลสูงสุด
- ตัวอย่างดวงคนดังเช่น ซัดดัม บินลาดิน ชูวิทย์ มาดอนน่า ห้างทอง อาโนล ไดอาน่า
- การจัดฮวงจุ้ยด้วยวิชาโป๊ยหยี่ฮวงจุ้ย เพื่อเสริมโชคลาภ การเงิน ธุรกิจ ความรัก และสุขภาพ แบบเฉพาะบุคคลวัดหวังผลได้แน่นอน



หมายเหตุ :

การทำบุญ ไหว้เจ้า หรือการปล่อยนกปล่อยปลา ไม่สามารถแก้ดวงได้ เพราะการดูดวงคือการวิเคราะห์อิทธิพลของดวงดาวที่มามีผลต่อชีวิตของคน ซึ่งการสะเดาะเคราะห์ต่างๆนั้น ไม่ได้ทำให้วงโคจรของดวงดาวเปลี่ยนทิศทาง จึงเปลี่ยนชะตาชีวิตไม่ได้ เช่น ในปีที่ดวงถูกชง มีซินแสจำนวนมากแนะนำให้ไปไหว้ไท้ส่วยเอี้ย แต่แท้ที่จริงแล้ว ไท้ส่วยก็คือพลังงานประจำปีของดาวพฤหัสที่ส่งเข้ามามีอิทธิพลกับคนบนโลก การไหว้ไท้ส่วยก็คือไหว้ดาวพฤหัส ซึ่งคงไม่มีตามองเห็น และไม่เปลี่ยนวงโคจรเพื่อคุณเป็นแน่ พิธีกรรมทุกชนิดจึงแก้ดวงไม่ได้

อาจารย์บางคนแนะนำให้ไปหาพระที่มีญาณสูงหรือเป็นพระอรหันเพื่อให้ช่วยสะเดาะเคราะห์ ก็ไม่เป็นผลใดๆ ซึ่งเราก็คงเคยได้ยินมาบ้างว่ามีบางคนถูกหมอดูทักว่าจะมีเคราะห์ จึงไปหาพระเพื่อทำบุญ แต่หลังเสร็จพิธีระหว่างเดินทางกลับ ก็พบอุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิต ก็เพราะเข้าใจปรัชญาของวิชาผิดพลาด

แต่ถ้าคุณรู้วิชาดวงจีน ก็จะทราบว่าพลังในปีนั้นพลังชนิดไหนที่จะเข้ามาส่งผลร้ายกับชะตา ก็เพียงแต่จัดการปรับเปลี่ยนทิศหัวนอน หรือทิศนั่งทำงานไปในทิศทางที่จะช่วยชาร์ตพลังที่ดีไปเบี่ยงเบนพลังร้ายออกจากดวง แค่นี้ก็สามารถปรับชะตาชีวิตให้พ้นเคราะห์ภัยได้ไม่ยาก



ระยะเวลาเรียน :

ระยะเวลาเรียน 3 วัน คือ วันอาทิตย์ที่ 5, 12, 19 กรกฎาคม 2552
เวลา13.30 – 18.00 น.



สถานที่เรียน :

อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6



ติดต่อสอบถาม :

คุณเพ็ชรมณี (ซ้วง) TEL. 089-014 6888, 086-098-4475

[url]http://www.fengshui100.com[/url]



อัตราค่าเรียน :

4,000 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและโอนเงินล่วงหน้า
(เพื่ออำนวยความสะดวก ในการจัดเตรียมสถานที่ เตรียมเอกสาร และอาหารว่าง)
4,500 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนหน้างาน



การจองสัมมนา :

โปรดโอนค่าสัมมนาตามบัญชีที่ระบุ แล้ว Fax ใบ Pay-in พร้อมทั้ง ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของท่านมาที่ (02) 630 6090

*เพื่อประโยชน์ของท่าน กรุณาพิมพ์หรือเขียนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน ด้วยตัวบรรจงอย่างชัดเจน *

ชื่อบัญชี นส.เพ็ชรมณี รัตนธนาวัฒน์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ดังต่อไปนี้

- ธ.กรุงไทยฯ สาขาย่อย อาคารสเตททาวเวอร์ เลขที่บัญชี 687-0-00089-1
- ธ.ไทยพาณิชย์ฯ สาขา บางรัก เลขที่บัญชี 054-2-43428-6
- ธ.กรุงเทพฯ สาขา บางรัก เลขที่บัญชี 242-0-28028-7
- ธ.กสิกรไทยฯ สาขา บางรัก เลขที่บัญชี 014-2-58706-8



**** แต่ละหลักสูตรจะเปิดเพียงปีละ1ครั้งเท่านั้น****




ลองอ่าน... ทัศนะของผู้ที่เคยมาเรียน click >>> http://www.fengshui100.com <<<

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"ทิศไตรอสูร" ตามหลักการฮวงจุ้ย

ทิศไตรอสูร



ในทุกๆปี ยังจะมีทิศร้ายแรงประจำปีอีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่ควรไปละเมิด กระทบกระเทือน ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือน หรือเสียงดัง ณ ทิศดังกล่าว ซึ่งทิศร้ายในทางฮวงจุ้ยที่ควรทำความรู้จักและระวังไว้ ก็คือ "ทิศไตรอสูร" หรือที่เรียกเป็นภาษาจีนว่า "ซานซา หรือ ซาสัวะ" โดยเป็นหนึ่งในทิศร้ายแรงที่สุดประจำปี

• ถ้าปีใดเป็นปีวอก , ชวด หรือ มะโรง ................ทิศใต้ เป็น ทิศอสูร

• ถ้าปีใดเป็นปีกุน , เถาะ หรือ มะแม ...............ทิศตะวันตก เป็น ทิศอสูร

• ถ้าปีใดเป็นปีขาล , มะเมีย หรือ จอ ................ทิศเหนือ เป็น ทิศอสูร

• ถ้าปีใดเป็นปีมะเส็ง , ระกา หรือฉลู ................ทิศตะวันออก เป็น ทิศอสูร

โดยในทางฮวงจุ้ยเขาตั้งชื่อทิศนี้ว่า....ซาสัวะ ซึ่งคำว่าซานั้นแปลว่า...3 ส่วนคำว่าสัวะ ก็แปลว่า...อสูร ซึ่งถ้าจะตั้งชื่อแบบไทยๆ ก็คงจะเรียกว่า...ทิศไตรอสูร หรือเรียกสั้นๆว่า ทิศอสูรประจำปี





เงื่อนไขที่จะไปรบกวนให้พลังของทิศนี้ทำงาน ก็มีอยู่ 2 ประการ คือ

1. ในปีใดที่บ้านของเรามีทิศหลังบ้าน ...เป็นทิศอสูรประจำปี ก็จะไม่เป็นมงคล
โดยหากเป็นบ้านที่สร้างเสร็จใหม่ก็ห้ามย้ายเข้าบ้านในปีนี้ ต้องรอไปถึงหลัง 4 กุมภาพันธ์ ของปีพ.ศ.2553 จึงจะสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ ส่วนถ้าเป็นบ้านปัจจุบันซึ่งอยู่แล้ว ก็ห้ามซ่อมแซม ต่อเติม ตอก เจาะ ตอกตะปู รื้อถอน ตกแต่ง ทำพื้น ปูกระเบื้อง ขัดหิน ปรับปรุง หรือ ซ่อมแซมสิ่งของ ที่ทำให้เกิดเสียงดังหรือสั่นสะเทือน ทั้งภายนอกและภายในตัวบ้าน รวมไปถึงการโยกย้ายเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ เตียง เปลี่ยนทิศหัวนอน การตั้งน้ำพุ ตู้ปลา ขุดบ่อน้ำ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ พัดลม ติดรูปภาพ เดินสายไฟ ขุดลอกท่อน้ำ ติดวอล์เปเปอร์ ตอกเสาเข็ม ติดป้าย เปลี่ยนหลังคา ขุดดิน เปิดร้านใหม่ แต่ถ้ากำลังสร้างอยู่แล้วต่อเนื่องมาจากปีก่อนก็จะถือว่าไม่เป็นอะไร จะมีภัยนานาประการ เช่น เจ้าบ้านตายจาก อุบัติเหตุ พิการ อัมพาธ เจ็บป่วยรักษายาก โรคเรื้อรัง เสียทรัพย์ โจรภัย

นอกจากนี้ ...ก็ยังห้ามการฝังศพที่หันศีรษะคนที่เสียชีวิตพิงชี้ไปทางทิศนี้ จะส่งผลต่อชะตาชีวิตของลูกหลานอย่างรุนแรง

2. สำหรับบ้านที่หันทิศอื่นนั้น ก็แค่ห้ามกระทำเฉพาะทิศที่เป็นทิศอสูรของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในตัวบ้าน ทั้งการซ่อมแซม ต่อเติม ตอก เจาะ รื้อถอน ขุดดิน ตัดต้นไม้ ตัดกิ่งไม้ใหญ่ ซ่อมท่อ ถนน กำแพง หรือผนังบ้าน

หากทำโดยไม่ได้ดูฤกษ์ อาจไปกระตุ้นพลังไม่ดีประจำปี ซึ่งจะทำให้เกิดผลร้ายขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-7 วัน และผลร้ายจะยังคงอยู่อย่างน้อย 4 เดือน บางทิศทางอาจส่งผลร้ายต่อเนื่องถึง12 ปี และเกิดเหตุอย่างน้อย 3 เรื่อง ถ้าอยู่ในช่วงดวงชะตาอ่อน หรือดวงตก อาจถึงแก่ชีวิต ก่อนวัยอันสมควร ซึ่งหากจำเป็นต้องกระทำ ให้สอบถามเรื่องฤกษ์ยามก่อนเสมอ


หมายเหตุ :

ถ้าช่วงไหนรู้สึกว่ามีปัญหา หรือเรื่องร้ายต่างๆนานาเข้ามาในชีวิต หรือมีเหตุผิดปกติกับสุขภาพ การงาน การเงิน โดยไม่ทราบสาเหตุ ลองคิดย้อนกลับไปว่า รอบๆบ้านของท่านทางทิศร้ายประจำปีนี้ ก่อนที่จะเกิดเหตุเลวร้ายไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ได้มีการกระทำใดๆในข้อ 1 และ 2 ที่เป็นการรบกวนพลังงานของทิศนี้ โดยไม่ได้ดูฤกษ์ยามหรือไม่ ...ท่านอาจได้ละเมิดทิศร้ายแรงในทางฮวงจุ้ยโดยไม่รู้ตัว จึงควรปรึกษาท่านผู้รู้ ผู้ชำนาญ เพื่อหาวิธีการแก้ไข
หากตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่า ภายในบ้านของเราไม่ได้ทำ ให้ลองเช็คว่าบ้านอื่นรอบข้างทุกๆทิศ มีการกระทำใดๆ ที่ทำให้เกิดกระทบกระเทือนหรือเสียงดัง(แม้ว่าจะอยู่นอกรั้วบ้านเรา) ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นพลังร้าย ให้ส่งเข้ามายังบ้านของเราหรือไม่ เช่น อาจเกิดจากทางราชการมาซ่อมถนน ท่อน้ำ ตัดต้นไม้ ข้างบ้านกำลังซ่อม หรืออื่นๆ หากพบแล้วก็ให้เช็คว่าจุดที่เขากระทำเป็นทิศใดของบ้านท่าน ให้รีบโทรศัพท์ไปสอบถามซินแสที่รู้จักเพื่อหาวิธีการแก้ไข

(จำเอาไว้ว่า : ไม่ทำทิศร้าย จะไม่เกิดเรื่องร้าย !)

โดยในปีพ.ศ.2552 นี้ พลังของทิศไตรอสูร จะอยู่ทางทิศตะวันออก โดยกินพื้นที่เลยไปทางตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือด้วย อีกอย่างละครึ่งทิศ หากไปรบกวนส่วนใดส่วนหนึ่งของทิศนี้ก็จะทำให้เรื่องร้ายๆที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมาติดๆกันถึง 3 เรื่องเป็นอย่างน้อย เพราะคำว่า"ซานซา หรือซาสัวะ" นั้นหมายถึงพลังร้าย 3 ประสาน นั่นเอง





รายละเอียดเพิ่มเติม ฮวงจุ้ย www.fengshui100.com

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง








หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง




http://www.fengshui100.com/
    หลักการของฮวงจุ้ย...เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง ที่นักปราชญ์ชาวจีนในอดีตได้คิดค้นขึ้น เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้ ก็คือพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มโลกทั้งใบไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา...

    คนส่วนมากเข้าใจว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ และมีลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ ศาสนา หรือเป็นความเชื่องมงายของคนโบราณ ที่ไม่สามารถหาเหตุและผลที่แท้จริงได้ เนื่องจากหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปที่วางขายอยู่ในท้องตลาด ก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะของการรวบรวมสารพัดความเชื่อ เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งตุ๊กตาสัตว์นำโชค เครื่องรางของขลังแก้เคล็ด การไหว้เจ้าขอพรตามศาล หรือทำพิธีกรรมต่างๆ
จนทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าวิชาฮวงจุ้ยคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จึงเกิดความงมงาย ยึดติดกับความเชื่อผิดๆ และไม่สามารถนำมาใช้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้อย่างแท้จริง



    หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้องนั้น เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้แท้ที่จริงแล้วก็คือพลังงานของสนามแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มบ้านทั้งหลังเอาไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กนี้อยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา

    ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ มีการค้นพบว่าในตัวมนุษย์มีกระแสแม่เหล็กและไฟฟ้าอ่อนๆอยู่ภายในร่างกายทุกคน โดยในเลือดจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก เพราะพลังของแม่เหล็กของโลกจะกระตุ้นให้ธาตุเหล็กในเม็ดเลือดเปลี่ยนสภาพให้เป็นแม่เหล็กอ่อนๆ ที่มีลักษณะเป็นทั้งขั้วบวกและขั้วลบในตัว โดยใช้เป็นกลไกในการส่งผ่านสารอาหาร ออกซิเจน ข้อมูลคำสั่งไปยังเซลและอวัยวะทุกส่วน ถ้าประจุไฟฟ้านี้มีการจัดเรียงเป็นระเบียบ ก็จะทำให้โลหิตมีการหมุนเวียนดี สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลได้ดีขึ้น จึงทำให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ประจุมีการเรียงตัวที่สับสนก็จะทำให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆนานา


http://www.fengshui100.com/
    เพราะเหตุที่บ้านของเราทุกคน ต่างก็สร้างอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลก โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กที่แตกต่างกัน จึงได้รับพลังงานที่ไม่เหมือนกันเข้ามาอยู่ในบ้าน และด้วยเหตุที่ว่าพวกเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านวันละ8-10ชั่วโมงทุกวัน พลังของแม่เหล็กโลกที่สะสมตัวในบ้านจึงได้มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเป็นอย่างมากข้างมาก ถึงขั้นพลิกดีมากๆให้เป็นร้ายสุดๆได้เลยทีเดียว

    วิธีการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง จึงเริ่มต้นด้วยการวัดองศาว่าบ้านของเราทำมุมอย่างไรกับกระแสพลังแม่เหล็กโลก แล้วนำมาเข้าสูตรการคำนวณทางพลังงานโบราณ จึงจะรู้ได้ว่าประตูบ้านของเราเหนี่ยวนำพลังดีหรือพลังร้ายเข้ามาในบ้าน พลังนั้นจะส่งผลดีหรือผลร้าย (ซึ่งสูตรที่ถูกต้องนั้นจะถูกเก็บงำไว้เป็นความลับสุดยอด ไม่เคยมีการเปิดเผยออกมาสู่สาธารณะชน)




http://www.fengshui100.com/
    หากพลังที่เข้ามาเป็นพลังที่ดี ก็จะกระตุ้นให้คนที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นเป็นประจำ เกิดความคิดใหม่ๆที่สอดคล้องกับจังหวะและโอกาสภายนอก ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง แต่หากว่าเป็นพลังร้าย ก็จะเข้ามาเบี่ยงเบนการคิดหรือการกระทำ ให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอก ลงทุนผิดจังหวะ ซื้อหุ้นไม่ถูกตัว หรือไม่มีโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิต จึงเป็นที่มาของความล้มเหลว เสียหาย ล่มจม

    
ฮวงจุ้ย...หรือพลังของสิ่งแวดล้อมจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อชะตาชีวิตเป็นอย่างมาก แต่กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้ ! เวลาที่เกิดเหตุการณ์ดีร้าย ก็กลับคิดไปว่าเป็นเรื่องของบุญหรือกรรมเก่า
ถ้าเราสามารถเอาพลังจากสภาพแวดล้อมมาเสริมพลังของเราได้(หรือก็คือการมีฮวงจุ้ยที่ดีนั่นเอง) ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้เช่นเดียวกัน เขาเรียกว่าเอาชะตาดินไปแก้ชะตาฟ้า

วิชาฮวงจุ้ย จึงเป็นเคล็ดลับสำคัญใน
การปรับแก้ชะตากรรมโดยไม่ต้องยอมจำนนต่อลิขิตฟ้า ที่ปราชญ์ได้คิดค้นขึ้นเพื่อเปิดทางให้แก่ผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรและเปี่ยมด้วยคุณธรรม แต่กลับยังไม่ได้รับความสำเร็จ เพราะขาดชะตาฟ้าสนับสนุน ให้ได้มีโอกาสลิ้มรสความสำเร็จของชีวิต ส่วนผู้ที่ถึงพร้อมด้วยชะตามนุษย์ ชาตะฟ้า และชะตาดิน จึงเปรียบประดุจเสือติดปีก ชีวิตจะเหมือนนั่งอยู่บนยอดคลื่นได้รับการสนับสนุนให้ได้รับความสำเร็จ ผลลัพธ์สูงสมดังใจปรารถนา ถึงขั้นพลิกชะตา

    การที่จะได้มีโอกาสพบกับซินแสที่รู้จริง จึงถือเป็นเรื่องของวาสนาของแต่ละบุคคล ยิ่งจะหาอาจารย์ที่รู้จริงแล้วมีจิตใจที่จะยินดีถ่ายทอด เปิดเผยเคล็ดลับสูตรการคำนวณพลังที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยในอดีต แต่ในปัจจุบัน โอกาสที่จะสามารถเข้าถึงวิชาขั้นสูงเริ่มเปิดกว้างขึ้น

    สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยท่านอาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม ซึ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาโท จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จการศึกษาในระดับประเทศหลายสาขา มีความเชี่ยวชาญทั้งในคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเคยชนะเลิศการประกวดแผนการตลาดที่หนึ่งของประเทศ ได้รับรางวัลโล่พระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้ใฝ่รู้และค้นคว้าศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังให้ถึงแก่นในทุกสาขาที่สนใจ เมื่อท่านอาจารย์ได้หันมาทุ่มเทศึกษาวิชาฮวงจุ้ยอย่างเอาจริงเอาจังกว่า 20 ปี โดยเดินทางไปเรียนกับปรมาจารย์ทางฮวงจุ้ยระดับโลกหลายท่าน จนเข้าใจถึงหลักวิชาได้อย่างลึกซึ้ง และได้พบว่าแท้ที่จริงแล้ววิชาฮวงจุ้ยมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ และมีเหตุผลในเชิงตรรกวิทยารองรับ ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อในทางไสยศาสตร์อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน และได้พิสูจน์แล้วด้วยตัวของท่านเอง ทำให้ประสบผลสำเร็จ มีความเจริญรุ่งเรือง จนมีความเชื่อมั่นในความถูกต้องของหลักวิชา จึงได้มีปณิธานที่จะนำภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของโบราณ มาเปิดสอนให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ให้นำไปปรับปรุงแก้ไขชะตาชีวิตของตนเองได้


http://www.fengshui100.com/


      ยังได้คิดค้นวิธีการที่จะกระตุ้นโชคลาภที่ถูกต้อง เหนี่ยวนำพลังงานที่ดีประจำปีเข้ามาหล่อเลี้ยงคนให้สามารถคิดได้สอดคล้องกับจังหวะและโอกาสอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องไปไหว้เจ้า หรือทำพิธีกรรมใดๆ ซึ่งก็จะเป็นวิธีการง่ายๆ และใช้สิ่งที่มีอยู่ภายในบ้านได้เกือบทั้งหมด โดยไม่ต้องทุบรื้อให้เสียค่าใช้จ่ายสูงๆแต่อย่างใด แถมไม่ต้องตั้งเจ้าที่ ศาลพระภูมิ ติดกระจกโป๊ยข่วย เสือคาบดาบ รูปปั้นเทพเจ้า ติดยันต์ต่างๆ และไม่ต้องมีการทำพิธีกรรมใดๆทั้งสิ้น โดยเมื่อจัดฮวงจุ้ยไปแล้วก็ควรที่จะสามารถวัดผลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่ต้องรอเป็นปีๆ หรืออ้างว่าที่ไม่ได้จัดแล้วไม่ได้ผล เป็นเพราะกรรมเจ้าตัวมีกรรมเก่ามากฮวงจุ้ยจึงช่วยไม่ได้ ยกเว้นแต่เหตุการณ์เลยร้ายไปถึงขั้นตรีทูตจริงๆ จึงจะช่วยไม่ได้

ดังนั้น...โดยทั่วไปถ้าหากว่าได้เชิญซินแสไปช่วยจัดฮวงจุ้ยแล้ว หลังจากนั้นช้าที่สุดไม่เกิน 3 เดือน ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แสดงว่าอาจจะมีบางขั้นตอนที่กระทำไม่ถูกต้อง ก็ขอแนะนำให้ติดต่อกลับไปหาซินแสที่ท่านปรึกษาว่ามีส่วนไหนที่ยังมีความบกพร่องอยู่ เพราะว่าหลักวิชานั้นไม่เคยผิด...มีแต่ว่าคนรู้มาผิดๆ หรือนำไปใช้ไม่ถูก จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะรู้หลักวิชาครบถ้วนหรือไม่ กระทำได้ตามเงื่อนไขหรือเปล่า

เช่น อาจารย์แนะนำให้ทำ 3 อย่างคือ ตั้งน้ำพุ โคมไฟ และต้นไม้ ตามฤกษ์ที่กำหนดให้ แต่พอถึงเวลากลับตั้งแต่เพียงน้ำพุ พออีก 7 วันก็ค่อยตั้งโคมไฟ แล้วอีก 10 วัน จึงตั้งต้นไม้ เพราะคิดว่าได้เริ่มต้นอันแรกแล้ว ที่เหลือถือว่าต่อเนื่อง อย่างนี้ก็คือการไม่ได้ผลเพราะเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ตั้งทุกอย่างตามฤกษ์ ซึ่งถ้ากลัวว่าจะจักหาไม่ทัน ก็ควรที่จะขอเอาไว้หลายๆฤกษ์

แค่ถ้าทำถูกต้องและตรงตามฤกษ์แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้ก็จะต้องติดต่อกลับไปหาซินแสใหม่ แต่ถ้าหลายรอบแล้วไม่ได้เรื่องใดๆ ก็อาจถึงเวลาที่จะต้องหาหมอรักษาโรคคนใหม่

ดังนั้น...โดยทั่วไปถ้าหากว่าได้เชิญซินแสไปช่วยจัดฮวงจุ้ยแล้ว หลังจากนั้นช้าที่สุดไม่เกิน 3 เดือน ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แสดงว่าอาจจะมีบางขั้นตอนที่กระทำไม่ถูกต้อง ก็ขอแนะนำให้ติดต่อกลับไปหาซินแสที่ท่านปรึกษาว่ามีส่วนไหนที่ยังมีความบกพร่องอยู่ เพราะว่าหลักวิชานั้นไม่เคยผิด...มีแต่ว่าคนรู้มาผิดๆ หรือนำไปใช้ไม่ถูก จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะรู้หลักวิชาครบถ้วนหรือไม่ กระทำได้ตามเงื่อนไขหรือเปล่า

เช่น อาจารย์แนะนำให้ทำ 3 อย่างคือ ตั้งน้ำพุ โคมไฟ และต้นไม้ ตามฤกษ์ที่กำหนดให้ แต่พอถึงเวลากลับตั้งแต่เพียงน้ำพุ พออีก 7 วันก็ค่อยตั้งโคมไฟ แล้วอีก 10 วัน จึงตั้งต้นไม้ เพราะคิดว่าได้เริ่มต้นอันแรกแล้ว ที่เหลือถือว่าต่อเนื่อง อย่างนี้ก็คือการไม่ได้ผลเพราะเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ตั้งทุกอย่างตามฤกษ์ ซึ่งถ้ากลัวว่าจะจักหาไม่ทัน ก็ควรที่จะขอเอาไว้หลายๆฤกษ์

แค่ถ้าทำถูกต้องและตรงตามฤกษ์แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้ก็จะต้องติดต่อกลับไปหาซินแสใหม่ แต่ถ้าหลายรอบแล้วไม่ได้เรื่องใดๆ ก็อาจถึงเวลาที่จะต้องหาหมอรักษาโรคคนใหม่


รายละเอียดเพิ่มเติม
 ฮวงจุ้ย ที่ www.fengshui100.com

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เจอช่องลมและหม้อแปลงไฟฟ้ากลับเสริมฮวงจุ้ยช่วยให้รวยใน 3 ปี

เจอช่องลมและหม้อแปลงไฟฟ้ากลับเสริมฮวงจุ้ยช่วยให้รวยใน 3 ปี





เรื่องของคุณหน่อง ซึ่งรวยด้วยฮวงจุ้ย


--------------------------------------------------------------------------------

คุณหน่องมีอาชีพเป็นพนักงานขายวัสดุก่อสร้างของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตั้งใจทำงานด้วยความขยันขันแข็ง มีมานะอดทนมากว่า 10 ปี แต่ก็ยังไม่รวย จึงเริ่มรู้สึกเบื่อการเป็นลูกจ้าง อยากที่จะเริ่มต้นการเป็นเจ้านายของตนเองดูบ้าง โดยได้มีความคิดที่จะเปิดบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านประเภทลูกบิดประตู กลอน มือจับ และราวแขวนผ้า แต่เนื่องจากมีทุนทรัพย์น้อยจึงได้เริ่มต้นด้วยกิจการขนาดเล็ก คือ พนักงาน 2 คน คือ ตัวเธอและเสมียนอีกหนึ่งคนคอยทำงานเอกสาร เรียกว่าต้องทำคนเดียวทุกอย่างประเภทที่ เป็นผู้จัดการ…วงเล็บว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตนเอง

คุณหน่อง ได้ติดต่อมาหาอาจารย์มาศให้ช่วยไปดูฮวงจุ้ย เพื่อหาทำเลในการเปิดสำนักงานแถวบริเวณหมู่บ้านแฮปปี้แลนด์ ซึ่งพอดีมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งกำลังจะก่อสร้างคอนโดมีเนียมพักอาศัยในบริเวณนั้น คุณหน่องสนใจที่จะซื้อห้องชั้นล่างของคอนโด เพื่อที่จะใช้เปิดเป็นหน้าร้านและสำนักงานติดต่อลูกค้า เนื่องจากยังไม่มีงบพอที่จะซื้อตึกแถวได้ ซึ่งพอดีมีเหลืออยู่ 3 ห้องที่ยังไม่มีคนจอง เนื่องจากหันหน้าไปตรงกับช่องลมของตึกฝั่งตรงกันข้าม และหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งคนอื่นที่พาซินแสมาดูทุกคนต่างก็หลีกเลี่ยง 3 ห้องนี้


http://www.fengshui100.com


คุณหน่องมีงบประมาณที่จะผ่อนซื้อได้เพียง 1 ห้อง จึงได้ขอให้ อ.มาศไปช่วยเลือกและจัดภายในให้เมื่อไปถึงอ.มาศได้จัดการติดตั้งเครื่องวัดองศาแดดชนิดพิเศษที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เอง เพื่อตรวจสอบทิศทางพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ทำปฏิกิริยากับช่องลมตึก รวมทั้ง
หม้อแปลงไฟฟ้าที่ด้านหน้าและด้านหลังของอาคารจึงได้พบว่า ช่องลมและหม้อแปลงที่พุ่งเข้ามาใส่
กลับเป็นตัวนำพลังที่ดีประจำยุค เข้ามาหล่อเลี้ยงอาคารให้เจริญรุ่งเรืองอย่างเต็มที่ จึงได้แนะนำคุณหน่องให้เหมาซื้อไปทั้ง 3 ห้อง จนคุณหน่องต้องถามย้ำ เพื่อขอคำยืนยันที่หนักแน่น เนื่องจากกลัวจะเกินกำลังที่จะรับไหว แถมยังมีลักษณะพิฆาตในทางฮวงจุ้ยอีกด้วยตามความเข้าใจของเธอและคนทั่วๆไป ซึ่งท่านอาจารย์มาศจึงได้ตอบให้ความมั่นใจว่า ทิศทางที่มีช่องลมหรือทางสามแพร่งพุ่งมาใส่นั้น ไม่ได้ถือว่าจะต้องร้ายเสมอไป


http://www.fengshui100.com


เนื่องจากช่องลมนั้นแท้จริงแล้วก็คือ เป็นช่องที่บีบเพื่อเร่งให้ลมเข้ามายังอาคารมากขึ้น หากทิศทางนั้นมีพลังที่ไม่ดี ช่องลมก็จะนำพลังร้ายนั้นเข้ามาอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดเรื่องวิบัติได้ต่างๆนาๆ แต่ถ้าอยู่ในทิศทางที่มีพลังที่ดีก็กลับจะเหนี่ยวนำพลังดีเข้ามาสู่อาคารได้มาก ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว อเนกอนันต์ จนสามารถพลิกชีวิตขึ้นมาได้อย่างเกือบจะทันที แต่โอกาสที่จะเจอกับช่องโชคนั้นค่อนข้างน้อยคือประมาณ 2 ใน 8 ส่วนเท่านั้น ซินแสในอดีตจึงได้แนะนำให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้มีโอกาสปรึกษากับผู้ที่รู้จริง ได้หลีกเลี่ยงลักษณะที่เป็นช่องลมหรือทางสามแพร่งเอาไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย
แต่ซินแสในรุ่นหลังไม่ได้มีการศึกษาที่มาอย่างแท้จริง จึงได้ให้คำแนะนำผิดๆว่าต้องหลีกเลี่ยงไว้ก่อนทุกกรณี ทำให้มีห้องว่างเหลือตกมาถึงคุณหน่อง ถือได้ว่าเป็นโชควาสนาจึงควรไขว่คว้าเอาไว้ พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่า หลังจากที่คุณหน่องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว ภายใน 3 ปีจะต้องผ่อนหมดโดยไม่ต้องรอถึง 20 ปี ตามกำหนดของธนาคาร และจะต้องมีเงินเหลือก้อนใหญ่ ซึ่งทำให้คุณหน่องได้ตัดสินใจซื้อทั้ง 3 ห้อง พร้อมทั้งได้จัดภายในตามที่ท่านอาจารย์มาศได้แนะนำดังต่อไปนี้


http://www.fengshui100.com


1. ให้เปิดประตูหลักที่ห้องกลาง เพื่อรับพลังจากช่องลมได้อย่างเต็มที่ โดยแนะนำให้จัดสำนักงาน ให้พนักงานทุกคนรวมทั้งตัวคุณหน่องเองด้วย นั่งที่ห้องกลางนี้ ตรงกับประตูและช่องลมดังกล่าว ซึ่งเป็นพลังประจำยุคที่ 7 (พ.ศ.2527-2547)

2. เปิดประตูอีกแห่งหนึ่งที่ห้องหัวมุมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (เป็นหัวมุมสี่แยกพร้อมทั้งแนะนำให้ตั้งนำพุ) เพื่อรับพลังพิเศษที่เรียกว่า เคล็ดประตูเมือง อันเป็นเทคนิคชั้นสูงของวิชาดาวเหิน ซึ่งผู้ที่เรียนวิชาฮวงจุ้ยส่วนใหญ่ในเมืองไทยเองก็ยังไม่รู้จัก และอาจแปลกใจว่าทำไมแนะนำให้ไปตั้งที่ดาว 2 ซึ่งเป็นดาวเสื่อมทางการเงิน แต่หารู้ไม่ว่าพลังของทิศนี้มีการก่อเกิดต่อเนื่อง ส่งกำลังไปยังเคล็ดประตูเมือง จึงทำให้ทิศนี้กลายเป็นทิศที่เป็นมงคลอย่างถึงที่สุด ส่วนเทคนิควิธีการคำนวณเคล็ดประตูเมืองนั้น คงยากเกินไปที่จะนำมาอธิบายในที่นี้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังที่จะตามมาเรียนกับอาจารย์ในชมรมฯ โดยยินดีสอนให้อย่างอย่างไม่หวงแหนปิดบัง

3. ให้กั้นห้องเว้นช่องด้านหลังของห้องด้านขวามือสุด เพื่อเปิดหน้าต่างรับช่องลมของตึกอื่นที่พุ่งมายังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสำนักงาน เพื่อรับโชคยุค 8 ซึ่งเป็นลาภลอยและลูกค้ารายใหญ่ที่ไม่ได้คาดหวัง ซึ่งตรงนี้เป็นวิธีการออกแบบฮวงจุ้ยที่แยบยลเป็นพิเศษ และเป็นเหตุผลที่ต้องแนะนำให้ซื้อทั้งสามห้อง เพราะหากซื้อเพียงห้องเดียว พลังที่เข้ามาห้องนี้ทางด้านหลังจะกลายเป็นพลังแห่งการทะเลาะวิวาท ขัดแย้ง มีปากเสียง และคดีความ จึงต้องใช้วิธีย้ายจุดกึ่งกลางถอยมาเพื่อตั้งรับโชค เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นรุ่งเรือง แต่เนื่องจากพลังที่เข้ามาในช่องนี้ ดาวภูเขาเลข 3 ธาตุไม้ พิฆาต ดาวโชคลาภเลข 8 ธาตุดิน จึงต้องอาศัยธาตุตัวกลางคือธาตุไฟ เข้ามาแก้ไข ท่านอาจารย์มาศจึงแนะนำให้แขวนโคมไฟสีแดง ชมพู ในทิศนี้ แต่คุณหน่องกลัวจะไม่เพียงพอ จึงจัดแจงตกแต่งหลังบ้านในมุมนี้ด้วยสีดังกล่าวทั้งช่อง เพื่อประกันว่า พลังแห่งโชคลาภจะสามารถ เข้าบ้านได้เต็มที่

4. ส่วนตัวคุณหน่องเองนั้น ท่านอาจารย์มาศแนะนำให้นั่งที่ทิศตะวันตก รับปราณบารมีดาว 7 ธาตุทองหยิน ซึ่งเข้ามากับพลังประจำยุคของบุคคลรหัส 6 ธาตุทองหยาง เรียกว่า หยินหยางมีสัมพันธ์ จะทำให้ได้รับการเกื้อหนุนจากบุคคลรอบข้าง และลูกค้าอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจากเพศตรงกันข้าม แถมคุณหน่อง ยังไปหาหินกรวดกลมที่ขาวมาวางเสริมที่ด้านหลังของโต๊ะ โดยจัดเรียงได้อย่างสวยงาม เสริมบรรยากาศของห้อง เนื่องจากได้ทราบจากท่านอาจารย์มาศว่าทิศนี้เป็นทิศบารมีประจำยุค ต้องการสภาพที่ เป็นภูเขาหรืออาคารที่สูงใหญ่ที่เป็นธาตุดินมารองรับ คุณหน่องจึงได้ประยุคโดยการใช้หินกลม มาจัดเรียงทดแทนพลังธาตุดิน ซึ่งท่านอาจารย์มาศก็ได้แนะนำแนวทางในการเลือกหินที่ถูกหลังฮวงจุ้ยมาเสริมพลัง

5. ตรงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ได้จัดการกั้นเป็นห้องนอน เพื่อไว้สำหรับน้องชายที่จะลาออกจากงานมาช่วยกิจการในอนาคต ซึ่งการเลือกใช้ทิศนี้ก็เนื่องจากเป็นดาว 8 ภูเขา ธาตุดินที่เจริญรุ่งเรืองของยุค นั่งบนฐานดาว 8 เสริมกันในภูมิตะวันตกเฉียงเหนือธาตุทอง สอดคล้องกับอาชีพ เพื่อก่อให้เกิดสภาพที่โชคประจำยุคก่อเกิดธาตุทองของดาวอาชีพที่เกี่ยวกับโลหะ ประกอบกับทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ได้พลังจากข่วยเคี้ยง หมายถึง การเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จในงานประเภทนี้

6. ในทิศเหนือรับปราณ 4 และ 9 คือ ไม้ก่อเกิดไฟ โดยที่ดาว 4 หมายถึง สติปัญญา ส่วนดาว 9 เป็นความสว่างไสว จึงใช้ทิศนี้เป็นโต๊ะนั่งประชุม พูดคุย และคิดค้นออกแบบงานใหม่ๆ รวมทั้งใช้ในการต้อนรับและแนะนำผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า ในขณะที่ภายนอกสำนักงาน ทิศนี้เป็นถนนรองมีสภาพโล่งและเคลื่อนไหว กระตุ้น ดาว 9 โชคลาภอันดับ 3 ในยุค 7 ให้ทำงาน ยังช่วยเหนี่ยวนำ โอกาสทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกเป็นชั้นที่ 3

นอกจากนี้ในแต่ละปี คุณหน่องยังได้เชิญท่านอาจารย์มาศไปช่วยคำนวณ เพื่อหาจุดกระตุ้นพลังโชคประจำปีอีกด้วย เพื่อเสริมพลังยกระดับกร๊าฟแห่งความเจริญรุ่งเรืองให้ถึงที่สุด จึงเป็นผลให้ธุรกิจของคุณหน่อง เจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดทุกปี จากการเริ่มต้นด้วย 2 มือเปล่า ก้าวไปสู่การเป็นเศรษฐีนีย่อมๆ ด้วยยอดขายปีละ 50 ล้านบาท ภายในปีที่ 3 หลังจากย้ายเข้ามาอยู่เท่านั้นเอง ซึ่งกลายเป็นว่าออฟฟิศ 3 ห้อง ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการรองรับการขยายงาน จนต้องไปเช่าพื้นที่เพิ่มอีก 2–3 แห่ง ในบริเวณเดียวกัน และในที่สุดเธอจึงได้ตัดสินใจขยับขยายไปซื้ออาคารพาณิชย์ 5 ชั้น จำนวนอีก 6 คูหา ในทำเลเดียวกันมาตกแต่งให้เป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ซึ่งก็อยู่บริเวณด้านหน้าปากซอยของถนน และได้ขอให้ท่านอาจารย์มาศไปช่วยออกแบบผังพลังงานในทางฮวงจุ้ยแก่เธออีกเช่นเคย




-------------------------------------------------------------------


ท่านที่สนใจจะศึกษาหลักการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้องได้ที่...สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย ซึ่งสอนโดย...อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม

เปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยรุ่นใหม่ตั้งแต่ขั้นต้น และจะเรียนต่อเนื่องไปจนถึงขั้นสูงที่จะสามารถนำไปใช้งานจริงได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : โทร 086-0984475




www.fengshui100.com

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สาเหตุที่คนไทยแตกแยกกัน











สาเหตุที่คนไทยแตกแยกกัน




ฮวงจุ้ยประเทศไทย



(ที่มา...
บทสัมภาษณ์อาจารย์มาศ ลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 24/10/51)

ทำไมคนไทยถึงแตกแยก แบ่งเป็นสองสี เหลืองและแดง...


เหตุไฉนการเมืองไทย เหมือน “ผีซ้ำด้ำพลอย” ไร้ทางใหม่
รัฐนาวาล่มสลายตลอดมาและนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่ครบวาระ...

คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม
แต่นี่คือ ชะตาฟ้าลิขิต ปริศนาแห่งศาสตร์ฮวงจุ้ยที่ได้วิเคราะห์ออกมาอย่างน่าติดตาม
โดย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม ซินแสชื่อดัง
ผู้ให้คำตอบอีกแง่มุมหนึ่งของศาสตร์การทำนายของจีน
ชี้ชัดถึงพลังงานบางอย่างของพลังจักรวาล ซึ่งไหลเวียนมาบรรจบครบ 60 ปี
และตำแหน่งของศูนย์กลางในการบัญชาการบริหารราชการแผ่นดิน ที่เรียกว่าเป็น
“จุดเสื่อม”


จุดเปลี่ยนการเมืองไทย...


อ.มาศ
เคหาสน์ธรรม วิเคราะห์ว่า การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่
หากอยากรู้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ให้ย้อนกลับไปดู 60 ปีที่แล้ว
จะมีเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กัน ซึ่งเป็นไปตามหลักการวิเคราะห์โชคชะตาในวิชาดวงจีน
ซึ่งจะมีพลังงานที่ไหลเวียนกลับมาครบรอบเป็นชุดพลังทุก ๆ 60
ปี

ย้อนกลับไปเมื่อ 60 ปีที่แล้ว หรือเมื่อปี พ.ศ. 2491 ก่อนหน้านั้น 1
ปีเกิดการรัฐประหารรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน
2490 ต่อมามีการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์นำโดย นายควง อภัยวงศ์
ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 6
เดือนแล้วก็มีกลุ่มบุคคลบุกเข้าไปในทำเนียบ บังคับให้ลาออก นายควง โทรไปหา 3
เหล่าทัพให้ช่วยเหลือ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ สุดท้ายโดนบีบให้ออกจริงๆ
โดยการรัฐประหารเงียบ

จากนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างมากมาย
สิ่งหนึ่งคือเปลี่ยนชื่อจากสยามเป็นประเทศไทย

เมื่อพลังงานได้มาบรรจบจุดเดิม
เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็จะมีลักษณะคล้าย ๆ เมื่อ 60 ปีที่แล้ว
ซึ่งก็เริ่มมีปรากฏให้เห็นแล้วในปีนี้คือ คุณสมัคร สุนทรเวช ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
สุดท้ายต้องพ้นจากตำแหน่งหลังจากอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 6 เดือนเศษ
แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ก็จะคล้าย ๆ กัน
เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการปกครองฉากใหม่ คนที่ขึ้นมามีอำนาจครั้งใหม่จะอยู่ยาว
เหมือนกับตอนนั้นที่จอมพล ป. ขึ้นมาแล้วก็อยู่ยาวเลยเป็น 10 ปี

โดยปี 2551
จะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน เป็นปีที่มีพลังงานแบบวิชาการ
เป็นการระดมภูมิปัญญา คิดค้นรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนแปลงการปกครองแบบใหม่ๆ ในระดับคล้าย
ๆ กับเปลี่ยนชื่อประเทศเหมือนคราวที่แล้ว

อาจวิเคราะห์ได้ว่า
การเมืองไทยนับจากนี้ หมายถึง การเมืองไทยในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
และจะมีผู้นำคนใหม่ เข้ามาทำหน้าที่แทนคนเก่า








แม่น้ำเจ้าพระยา ที่แบ่งประเทศเป็น 2 ส่วน บ่งบอกถึงความฝักใฝ่ของคนในชาติ



กระแสน้ำผ่าเมือง...คนไทยแตกแยก

หลักฮวงจุ้ย
บอกอีกว่า ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยนั้น ยังแก้ไขยากยิ่ง
เพราะหากพิจารณาจากลักษณะพิเศษของฮวงจุ้ยของประเทศไทย ก็จะพบคำตอบ
ประเทศไทยมีกระแสของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลจากเหนือสุดลงสู่ล่างสุด
แล้วขยายบานออกไหลลงสู่ทะเล ตรงบริเวณปากน้ำ ช่วงระหว่างบางปูใหม่และแหลมฟ้าผ่า
จังหวัดสมุทรปราการ

กระแสน้ำนี้มีข้อเสียตรงที่ดันไหลผ่าประเทศไทยจากบนสุดลงถึงล่างสุด
ออกเป็น 2 ส่วน ซ้ายขวาอย่างชัดเจน จึงทำให้วิธีคิดของคนในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2
ส่วน แบ่งเป็นสองฝักสองฝ่ายตลอดเวลา ขัดแย้งกันอย่างไม่ยอมลดราวาศอกให้กันและกัน
แต่วิธีการแก้ก็มีอยู่ ถ้าเมื่อไหร่ยอมสร้างสะพานครอบปากแม่น้ำที่ไหลลงสู่เจ้าพระยา
ก็จะดีขึ้น



ทำเนียบ
จุดเสื่อมรัฐนาวาล่ม


อย่างไรก็ดี เมื่อพูดกันเรื่องการเมือง
จุดสำคัญจุดหนึ่งที่เราจะละเลยไม่พูดถึงไม่ได้ คือ “ทำเนียบรัฐบาล”
ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการบัญชาการบริหารราชการแผ่นดิน

อ.มาศ บอกว่า
ฮวงจุ้ยทำเนียบอยู่ในขั้นแย่มาก ฐานบัญชาการทำเนียบรัฐบาลที่หลังเว้าแหว่ง
รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจึงอยู่กันไม่ยืด ที่ผ่านมารัฐบาลแต่ละสมัยเชิญซินแสหลายคนไปแก้
แต่แก้กันไม่ตรงจุด ที่ตรงนั้นไม่ควรนำมาใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลเลย รัฐสภาก็เช่นกัน
แย่มากๆ เช่นกัน แต่รัฐสภาก็ยังพอแก้ไขได้







(หมายเหตุจาก อ.มาศ -
ทุกคนที่เคยอ่านหนังสือฮวงจุ้ยก็คงทราบกันดีว่า รูปทรงของสิ่งปลูกสร้างที่ดีนั้น
ก็คือ ต้องเป็นสี่เหลี่ยมสมดุล
เพราะเมื่อพลังไหลเข้ามาแล้วจะสะสมตัวและไหลเวียนได้ดี
ซึ่งด้านหน้าจะไว้ดูเรื่องโชคลาภ เช่น ถ้ามีเสาไฟฟ้าขวางหน้าบ้าน
ก็จะขวางทางลมและพลังไม่ให้เข้าบ้าน ทำให้เงินทองไหลเวียนไม่คล่อง
ส่วนบริเวณด้านหลังของอาคาร จะมีผลต่อคนสนับสนุน ฐานอำนาจ
ซึ่งทำเนียบเป็นจุดที่นายกใช้ทำงาน จะต้องมีพลังส่งเสริมอำนาจได้ดี
เมื่อฐานเว้าแหว่งจึงถือว่าเสียหายรุนแรง ไม่ควรอยู่)



“ทำเนียบไม่ควรแก้ ทำเนียบควรย้าย ไปอยู่ที่อื่นดีกว่า ดอนเมืองก็ได้
เพียงแต่ว่าต้องเลือกฤกษ์ที่พลังฟ้าสัมพันธ์กับทิศทางของสถานที่ นายกฯ (สมชาย
วงศ์สวัสดิ์) ไม่ดูฤกษ์ยาม
รีบเร่งย้ายเข้าไปอยู่ดอนเมืองนั้นเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุด
จึงช่วยอะไรไม่ได้”

(หมายเหตุจาก อ.มาศ -
หลักการดูฤกษ์นั้น
ก็คือการเลือกวันเวลาที่พลังฟ้าสัมพันธ์กับพลังดินของทิศทางของสถานที่
จึงจะใช้งานได้ ไม่ใช่เปิดปฏิทินเจอวันธงไชย์ก็ใช้ทันที เพราะอันที่จริงแล้วทุกๆวัน
ก็อาจจะเป็นพลังดีก็ได้ ร้ายก็ได้ อยู่ที่ว่าจะดีกับใครหรือว่าจะร้ายกับบุคคลไหน
ซึ่งวันธงไชย์ก็มีคนถูกรถชน ถูกจี้ถูกปล้น ส่วนวันอุบาตก็ยังมีคนถูกหวยหรือโชคดี
จึงต้องดูให้สัมพันธ์ระหว่างฟ้า คน และดิน)


ถ้าจะดูกันที่ทำงาน
“ตึกไทยคู่ฟ้า” ภายในทำเนียบรัฐบาล พบว่าอาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นรูปตัวยู
ก้นของตัวยูเว้าแหว่งไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ตามตำราฮวงจุ้ยอาคารที่เกี่ยวอำนาจทั้งหลาย หัวใจที่สำคัญที่สุด ห้ามมีฐานเว้าแหว่ง
เพราะว่าฐานที่เว้าแหว่งมันหมายถึงความไม่มั่นคง ที่ผ่านมา นายกฯ ของประเทศไทย
ถึงได้อยู่กันไม่ครบเทอม

นอกจากนี้
องศาทิศทางอยู่ในองศาที่ทำมุมไม่ดีกับแม่เหล็กโลกอีกด้วย โดยเฉพาะในยุคที่ 8 นี้
คือ พ.ศ. 2547-2567 เป็นยุคที่แย่เป็นพิเศษ เลวร้ายเป็นพิเศษ
แถมวงกลมข้างหน้าก็เป็นวงกลมที่ถ่ายเทพลังงาน เพราะยุคที่ 8 เป็นธาตุดิน
การจัดสวนเป็นวงกลมเป็นธาตุทอง ดินถ่ายเทพลังงานไปหาทอง
ทำให้พลังงานอ่อนจึงต้องออกแรงเหน็ดเหนื่อย พลังงานไม่สะสมตัว
เมื่อตัวเองไม่มั่นคงก็ไม่สามารถบริหารที่ดีได้

“ในยุคที่ 8 นี้
ดอนเมืองเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมาก เสียแต่เข้าผิดเดือนเท่านั้น เข้าไปอย่างนั้นดูอาการ
นายกฯ จะอยู่ไม่ครบ 4 เดือน” อ.มาศ ฟันธง อนาคตรัฐบาลสมชายล่วงหน้า

จริง ๆ
แล้วถ้าจะแก้ต้องทำให้ตรง แต่มันก็อาจจะเสียในเชิงสถาปัตย์
หรือถ้าจะแก้ไขกันในระยะยาว อ.มาศ แนะนำว่า ควรย้ายทำเนียบจะดีที่สุด

อ.มาศ
ทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ดี การเมืองไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในหลังปี 2552
มีทางออกมากขึ้น แต่ดวงชะตาจะเป็นเช่นใด ต้องขอให้คนไทยร่วมมือกัน สมัครสมานสามัคคี
เพื่อนำประเทศพ้นภัย


ที่มา เดลินิวส์ 24/10/51


พิสูจน์ความแม่นยำที่อาจารย์มาศทำนายไว้ในเดลินิวส์ตั้งแต่เดือนตุลาคม
พ.ศ.2551 ซึ่งในที่สุดก็เป็นความจริง
คือนายกสมชายก็ถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งไม่เกิน 4
เดือนจริงๆ

โดยเข้ารับตำแหน่งเป็นนายกวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2551 ถึง 2
ธันวาคม พ.ศ.2551
(ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรค)


พร้อมรับชมวิดีโอคำบรรยายฮวงจุ้ยประเทศไทย



รายละเอียดเพิ่มเติม click>>>>

ฮวงจุ้ย <<<<< http://www.fengshui100.com/